^^Bowe^^'s profileIn The Name of BowePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    February 24

    เด็กหอ......

    “ เ พื่ อ น ต า ย ” ห า ไ ม่ ย า ก ... อ ย่ า ง ที่ คิ ด
     
    คุณเคยถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำมั้ย ?
    คุณรับมือกับความเหงา
    และการไม่มีเพื่อนยังไง ?
    ................................

    ผมมีบางเรื่องจะเล่าให้คุณฟัง
    คุณเชื่อเรื่องเล่าในโรงเรียนประจำมั้ย ?
    เวลา 7 ปีของการอยู่หอ
    มีเรื่องราวมากมายผ่านเข้ามา
    ความเหงา ความเศร้า ความสุข
    การได้เพื่อนใหม่ ที่กลายเป็นเพื่อนซี้
    และเพื่อนตาย…

    คุณพร้อมจะฟังมันมั้ย ?
    ถ้าพร้อม…
    ผมจะเล่าทุกอย่างให้คุณฟัง
     
    ------------------------
     
    ผมยังจำครั้งแรกที่จากบ้านไปไกลได้ดี…
    ผมอายุ 12 เรียน ม.1 ผมถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำอย่างฉุกละหุก สาเหตุนะหรือครับ ก็เพื่อที่ผมจะได้พ้นไปจากบ้าน ไกลไปเสียจากพ่อ คุณอาจจะสงสัยว่าทำไม แต่ผมไม่แปลกใจหรอก เพราะผมนี่แหละ คือคนที่รู้ความลับของเขา การต้องย้ายโรงเรียนกลางเทอมเป็นเรื่องโหดร้ายจริงๆ ไหนจะห้องเรียนใหม่ ไหนจะเรือนนอนที่ไม่สนิทใจเหมือนอยู่บ้าน ที่แย่ที่สุดคือ เตียงใหม่ของผม มันดันเป็นเตียงเก่าของคนอื่น คุณเคยนอนบนเตียงที่ไม่รู้ว่าใครเคยเป็นเจ้าของมั้ยครับ มันน่าขนลุกชะมัด อยู่ที่นี่ผมเหงามาก ไม่ค่อยมีเพื่อน ไม่มีใครเล่นด้วย ผมเลยชอบหลบไปเล่นคนเดียวที่สระเก่าหลังโรงเรียน มีเรื่องเล่าว่า หลายปีมาแล้ว ก่อนที่โรงเรียนจะสร้างสรว่ายน้ำใหม่ สระแห่งนี้เคยเป็นที่เล่นน้ำของพวกเด็กๆ ในช่วงสุดสัปดาห์ แต่ปัจจุบันสระกลับถูกปิดตาย มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับสระน้ำนั้น คุณเชื่อเรื่องเล่าในโรงเรียนประจำมั้ยครับ

    ผมไปรู้ความลับเข้าอย่างหนึ่ง ถ้าคุณสัญญาว่าจะไม่บอกใคร ผมจะเล่าให้คุณฟัง...”

    ----------------------------
     
    กฎระเบียบหอพัก
    ๑ ห้ามบุคคลภายนอกเข้า
    ๒ ห้ามอบายมุขทุกชนิด
    ๓ ห้ามทะเลาะวิวาท
    ๔ ห้ามนอนดึก
    ๕ ห้ามส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น
    ๖ ห้ามนำสัตว์เข้ามาเลี้ยง
    ๗ ห้ามนำอาหารและเครื่องดื่มเข้ามาภายในหอ
    ๘ ห้ามออกนอกหอพักหลัง ๑๘.oo

    ให้ปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด
     
    ------------------------------
     
    อยากดูมากๆ พวกมึงๆ ว่างวันไหนวะ ช่วยนัดกันหน่อยดิ๊
    ปกติไม่ค่อยดูหนังผีเท่าไหร่ ไม่ดูเลยแหละ
    แต่อยากดูเรื่องนี้...คงเป็นเพราะช่วงนึง เคยอยู่ประจำ
    และบรรยากาศเรือนนอนในหนังคล้ายเขมะฯ มากๆ
    จะไม่ดูได้ไง ใช่มะ...
     
    ยิ่งอ่านบอร์ดใน official site ยิ่งบ้าใหญ่เลยกู
    เออ...อยากดูจริงๆ นะเรื่องนี้ บอกไม่ถูกว่าทำไม
    รูแต่ต้องดูให้ได้อ่ะ
     
    ให้เข้าบรรยากาศกะเด็กหอ เลยเปลี่ยน theme ให้ทึม ซะงั้น
    February 20

    สัมภาษณ์!!!!!!

    ไปสัมภาษณ์ MBA จุฬา มาเมื่อวันที่ 17 กพ การสัมภาณ์ แรกๆ ก็โอเคอ่ะ ค่อนข้างมั่นใจนะ เพราะคำถามมันค่อนข้างตรงกับที่เตรียมไป ก็เลยไม่มีปัญหาไร แต่มาเจอคำถามยิงตัดขั้วหัวใจตอนท้ายๆ อ่ะดิ
     
    "คิดว่าคงผูกพันและเห็นคุณพ่อทำธุรกิจมานานอ่ะนะคะ อยากทราบว่า คิดว่าอะไรเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจของคุณพ่อประสบความสำเร็จจนทุกวันนี้"............ถามจบ อึ้งเลยกู นึกไม่ออกอ่ะ ไม่คิดว่าจะถาม...ช็อคไปชั่วขณะ พูดติดๆ ขัดๆ ยังไงดีล่ะๆ อยู่นั่นแหละ คือว่าคุณพ่อๆ เค้า.... (ก้มหน้าคิดเลยอ่ะ) ถ้าจะไม่ได้เรียนก็เพราะไอ้คำถามนี้แหละวะ แม่ง..... เออ ในที่สุดก็ตอบไปแบบห่วยๆ ประมาณว่า ธุรกิจเร่มจากศูนย์เลย ก็ค่อยๆ พัฒนามาเรื่อยๆ ปรับปรุงเรื่อยๆ และคุณพ่อก็มี connection มาก เพราะเคยทำงานบริษัทมาก่อน พอออกมาจากบริษัท ก็เลยมี connection เยอะ .... อะไรประมาณเนี้ย แต่มันไม่ได้ราบรื่นแบบนี้หรอกนะ เพราะเสียงตอนนั้นจะรนๆ วนไปวนมาด้วยอ่ะ เวรกรรมจริงๆ .... (สาธุ...ขอให้คณะกรรมการมองข้ามข้อนี้ไปเถอะนะ).....
     
    เครียดมากอ่ะ หลังจากสอบเสร็จ กลัวไม่ได้เรียน....ตอนนี้อยากเรียนมากๆ นะ ก่อนที่ไฟในตัวจะหายไป ..... ขอให้ได้ด้วยเถอะ นี่ไปขอไว้หลายที่เลยนะเนี่ย....สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ช่วยลูกช้างและเพื่อนลูกช้างด้วยน๊าค๊า....  
     
    รู้สึกเครียดจัด เลยโทรหาหมุ่ย สรุปก็เลยไปเริงร่าที่บ้านไอ้หมุ่ย....บ้าบอกะหมาหม่ำของไอ้หมุ่ย...ตูขยับตัวนิด มันเห่ใหญ่ หมาเวงนี่ น่าเตะจริง!!!! ..... บ้าบออยู่บ้านหมุ่ย จนเย็นๆ ก็กลับบ้านตัวเอง
     
    หลังจากนั้นก็ยังคงเครียดอยู่เรื่อยๆ นึกถึงก็กลัวไม่ได้อ่ะ...มันบอกไม่ถูกนะ....คือไม่อยากผิดหวังน่ะ ก็รู้หรอกว่ามันรับนิดเดียว 250 เอา 50 .... เอ้อ...หนักใจ ไม่รู้ที่ตอบไป อาจารย์ชอบใจมั่งเปล่าเนี่ย....อยากติดสินบนจริงๆ ว่ะ.....
     
    ที่สำคัญ เค้าไม่ชมเราอ่ะ....แต่เค้าชมต้อง...อ่ะ .... เออ เราสัมภาษณ์เร็วด้วย เร็วมาก ไม่น่าจะเกิน 5 นาที หรือไม่งั้นก็แค่ 5 นาทีอ่ะ .... คนก่อนหน้าเรา ... นานมาก 10 นาทีได้ แถมตอนออกมา หน้าไม่ค่อยดีเลย...ไม่รู้ว่าเป็นไง....
     
    เออ...ใครเป็นไงก็เอาเหอะว่ะ ...ขอให้เราได้เรียนเป็นพอ....นะ...นะ...นะ คณะกรรมการจ๋า...หนูอยากเรียนนะ ถ้าท่านเล่น space หลงมาอ่านก็ช่วยผลักช่วยดัน หรือจะถีบก็ได้ .. ให้ได้เข้าไปเรียนด้วยนะคะ.....
     
    จุฬา คือความฝันสูงสุดตั้งแต่ตอนป.ตรีแล้วอ่ะ..... ยังไงก็ช่วยๆ กันขอพระให้ด้วยนะเพื่อนๆ
     
    ----------------------------
     
     
    ก่อนยังมีเธอที่ห่วงใย
     
    ที่รู้ใจกันทุกอย่าง
     
    จนวันที่เธอแยกทาง...ทิ้งเราให้อยู่กลาง
     
    ถนน...กว้างไกล...เพราะเคยรักคนอยู่คนเดียว
     
    จะเหลียวหาใครจึงไม่เห็น
     
    จะไปทางไหนก็ยากเย็น
     
    ไปไม่เป็น..เพราะเธอ
     
     
    รู้จักเพลงนี้กันมั๊ย...เพราะดีนะ...วง"เออ" เป็นวงรึเป่าไม่แน่ใจ...เพลงนี้จะเป็นแบบเล่นกีตาร์แล้วร้องอ่ะ .... เพราะดี ...ชอบมากๆ ความหมายก็ดีด้วย....ถ้าวันนึง...วันนั้นมาถึง เราก็คงเป็นแบบนี้แหละ....เฮ้อ!!! (คิดมากไปมั๊ย)
    February 14

    Brokenheart Film Festival

     
     เมื่อช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ปีก่อน โรงภาพยนตร์ house ร่วมกับ Close Up ใกล้ชิด จัด “เทศกาลหนัง Close Up Totally in Love เทศกาลหนังรักไม่รู้จบ” เพื่อเอาใจคนมีความรักคนมีคู่ ครั้งนั้นมีหนังรักทั้งใหม่และเก่าฉายให้ได้ชมกันแบบอิ่มเอมกันเกือบทุกคน

    แต่มีเพียงไม่กี่คนที่ไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับเทศกาลหนังรัก หนึ่งในนั้นคือ คุณแป้ง ภัทรีดา ประสานทอง นักวาดภาพประกอบชื่อดัง (ผู้ออกแบบผนังลายจุดของโรงและผู้ออกแบบโปสเตอร์เทศกาลนี้) เรียกร้องว่า “ไม่สงสารคนอกหักคนโสดบ้างหรือ? ฉายกันแต่หนังรัก” อยากให้มีใครจัดเทศกาลหนังอกหักบ้าง เพราะวันวาเลนไทน์14 กุมภาพันธ์ของทุกๆปี ไปที่ไหนๆก็มีแต่ความรักสีชมพูสีแดง คนอกหักคนโสดต้องรีบหนีกลับบ้านกันทุกปี อยากให้มีที่รวมตัวของคนอกหักบ้าง

    เสียงเรียกร้องนั้นเป็นผลทันทีเมื่อผู้บริหารโรงหนังนำเรื่องเข้าที่ประชุมและทุกคนลงความเห็นจัดเทศกาลหนังอกหักขึ้นในปีนี้ โดยมีการคัดเลือกหนังอกหักและโหวตลงคะแนนกันจนได้หนังอกหักหรือเข้าข่ายมาฉายให้ได้ชม 5 เรื่อง คือ Love Letter, Wanee and Junah, The Notebook, My Best Friend’s Wedding และ ข้างหลังภาพ (จริงๆแล้วมีหนังอกหักอีกมากมายที่อยากฉายให้ได้ชมกัน แต่ติดปัญหาเรื่องฟิล์มหนังที่จะทำการฉายนั้นไม่มีบ้างหรือไม่อยู่ในสภาพที่ทำการฉายได้)

    แม้หนังทั้งหมดจะเคยฉายไปแล้วแต่บอกได้ว่าระดับความจิ๊ดนั้นเรียกน้ำตาได้ทุกเรื่องแน่นอน ขอให้เตรียมผ้าเช็ดหน้าไว้ซับน้ำตาให้ดี
     
    Showtime Brokenheart Film Festival

    14 February 2006

    My Best Friend’s Wedding 12:00

    ข้างหลังภาพ 14:00

    Love Letter 16:15

    Wanee & Junah 18:30

    The Notebook 20:45



    กติกาการเข้าชม

    1. ชมฟรี! สมาชิก house เท่านั้น

    2. ถ้าคุณไม่ได้เป็นสมาชิก ง่ายๆเพียงกรอกใบสมัครและจ่ายเงิน 100 บาท คุณก็จะได้เป็นสมาชิกโรงหนังแห่งนี้ไปตลอดชีพ

    3. 1 บัตรสมาชิก ต่อ 1 ที่นั่ง/เรื่อง

    4. แสดงบัตรสมาชิกพร้อมบัตรประชาชน เพื่อรับตั๋วหนังทุกเรื่องทุกรอบ

    5. เปิดรับตั๋วหนังแต่ละเรื่องก่อนเวลาฉาย 1 ชั่วโมง (หากต้องการชมหลายเรื่อง รับตั๋วได้แค่ 2 เรื่องติดต่อกัน)

    6. สามารถร้องไห้น้ำตาไหลได้เต็มที่ไม่ต้องเกรงใจใครเพราะเทศกาลนี้เป็นของคนอกหักทุกคน

    7. กรุณาเก็บกระดาษทิชชู่ใช้ซับน้ำตาของคุณก่อนออกจากโรงหนังด้วยทุกรอบเพื่อความสะอาดของโรงหนัง
     
     
    ---------------------------------------
     
    เออ..เพิ่งจะเข้าไปดูที่เวป house มา ... อยากไปดูจัง จริงๆ หนังใน list นั้นน่าดูมากอ่ะ อยากดู love letter กะ The Notebook เรื่องอื่นเคยดูแล้ว ..... แต่ Wanee & Junah ก็น่าดู ถึงจะเคยดูไปแล้วกะเถอะ .... แต่มันเป็นหนังที่สนุกนะ พูดไม่ถูก ดูแล้วชอบอ่ะ ......
     
    แต่คงไม่ได้ไปดูหอกว่ะ ... ทำงานเลิกก็ ห้าหกโมงแล้ว จะไปดูได้ไงวะ ไกลบ้านด้วยอ่ะ... นี่ถ้าได้เข้าเวป house มาก่อนนห้านี้ วันนี้จะหยุดเลย มาทำงานเมื่อวานแทน .... เสียดายว่ะ ดูฟรีด้วยอ่ะ เหอๆ
     
    ไปล่ะดีกว่า...ใครว่าง ไปดูนะ แต่จะไปดูทันมั๊ยเนี่ย มันมีฉายวันเดียวอ่ะ
    February 10

    self นี่ต้องทำไง...

    ช่วงนี้ ร่างกายจิตใจกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ..... ไม่มีไรให้คิดมาก..นอกจากเรื่องสอบสัมภาษณ์เท่านั้น เหอๆ
    แต่ก็ยังไม่หนัก คิดว่าอาทิตย์หน้า คงจะตื่นเต้นกว่านี้ .... ช่วงนี้พยายาม จะอ่านข่าวเศรษฐกิจ แต่ก็ได้แค่พยายามว่ะ ไม่รู้จะอ่านไรอ่ะ ... มันเยอะไปหมด ถ้าถามมาคงตอบไม่ได้อ่ะ ...
     
    คุยกะอร..อรบอกต้องดูมั่นใจสุดๆ แบบว่าชั้นจะเข้าที่นี่อ่ะ มั่นใจมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ประมาณนั้น ให้เดินเชิดหน้าเข้าไปเลย ... อย่าไปตกใจกลัว...ให้ทำหน้าตามั่นใจ เออ...สรุปว่า ต้อง self ... แล้วกู self มั๊ยวะเนี่ย เหอๆ
     
    กูชักไม่แน่ใจว่าตัวเอง self รึเปล่า เอาเป็นว่า ต้องฝึก....เออ..พูดถึงเรื่องฝึก ไปซื้อรองเท้าหัวแหลมมา 555 จะใส่ไปสัมภาษณ์ อิอิ ... อย่างชั้นใส่หัวแหลมนะเว้ย .... นี่คือสิ่งที่กูพยายามแล้ว เพราะฉะนั้น รับๆ กูเข้าไปเหอะนะ .... ตอนนี้ก็ใส่เดินในบ้านอ่ะ แบบว่าฝึกไว้ จะได้ชิน เวลาเดินจะได้ใส่ท่าทางได้ 555 กะจะไปแบบกู self สุดๆ เดินตูดบิด หน้าเชิด อิอิ (เค้าจะหมั่นไส้...เลยไม่เอาเข้ารึเปล่าวะเนี่ย)
     
    คือ จริงๆ ผู้บริหารเค้าต้องบุคลิกยังไงวะ มันต้องดูมั่นใจ แบบดูดี ไม่ได้ดูเย่อหยิ่งอ่ะ แต่ไอ้ที่กูกำลังคิดในหัวกูเองเนี่ย มันดูหยิ่งๆ ไงไม่รู้ว่ะ เดินตูดบิด หน้าเชิด...เฮ้อ...ว่าแต่มันทำยากเหมือนกันนะ ลำพังการแต่งตัวไม่เท่าไหร่หรอก เพราะค้าไม่รู้จักเรามากก่อนอยู่แล้ว... ถ้าเราใส่สูท กระโปรง --working woman-- ทำหน้านิ่ง เดินตัวตรง แค่นี้ก็ดูโอเคแล้ว แต่บุคลิกที่จะสะท้อนออกมานี่ดิ ยากวะ ... ทำไงให้ดูมีศักยภาพในการเป็นผู้บริหารวะ.....เหอๆ ตอนนี้คิดไม่ออก ... 
     
    เรื่องตอบคำถามอีก...กลัวจริงๆ กลัวคิดไม่ออกว่าจะตอบ อรบอกว่า ต้องฉะฉาน ชัดถ้อยชัดคำ ไม่อ้ำอึ้ง ถามมาคิดปุ๊บแล้วตอบเลย ไม่ลังเล ... มันก็ดูเหมือนจะง่ายอ่ะ แต่ถ้าเค้าถามไอ้ที่เราตอบไม่ได้อ่ะวะ ... ทำไง???? เออ นั่นอ่ะน่าคิด ... ช่วงนี้ก็พยายามคิดคำถามไว้ล่วงหน้า แล้วก็คิดคำตอบไปเรื่อยๆ ยากว่ะ นี่ต้องโทรไปถามพ่อเรื่องธุกิจที่บ้านอีก ไม่งั้นจะโม้ไม่ออก เหอๆ...แต่ถึงเวลา คงโม้ได้แหละ... รายละเอียดบริษัทคร่าวๆ ก็พอจะรู้...อยู่มาตั้งแต่เด็ก จะไม่รู้ได้ไง แต่ถ้าถามเชิงลึก ก็คงอึ้งไปเหมือนกันว่ะ เอาเหอะเป็นไงเป็นกัน ธุรกิจ เค้าไม่รู้อยู่แล้ว โม้ได้ มั่วได้ไม่มีปัญหา อิอิ
     
     
     
    --- พอล่ะดีกว่า....เอาเป็นว่า ขอให้สอบสัมภาษณ์ผ่านด้วยเหอะน๊า ---
    ---เพื่อนๆ ช่วยอวยพร + ให้กำลังใจเราด้วยนะ 17 กพ นี้แล้ว อ่ะ ---
    --ช่วยคิดคำถามหน่อยดิ...ว่าเค้าจะถามไรบ้าน คิดคำถามแล้วคิดคำตอบด้วยนะ....
     
     
    สู้ตายเว้ย!!!!
     
    February 08

    My Name is Kim Sam Soon

    user posted imageuser posted image
    user posted imageuser posted image
     
    user posted image user posted image
     user posted image
    user posted image user posted image


    user posted image user posted image
    user posted image
     
     
    WHAT IS THIS DRAMA ABOUT?
    The genre for this drama is ROMANCE COMEDY. This is going to be about a chubby normal girl named KIM SAM SOON (played by Kim Sun Ah) who just loves to eat food whenever she gets stressed out. She meets a cold man who owns a restaurant named HYUN JIN HUHN (played by Hyun Bin) who was in a car accident 3 years ago which left him a crippled leg. He also lost his older brother and his wife from the accident, and his girlfriend named YOO HEE JIN (played by Jung Ryu Won).
     
    ...If u wanna know more bout this serie, find to buy in somewhere....
     
    ++++++++
     
    เรื่องนี้ ก็น่าดูเหมือนกัน มีแล้วในสต๊อกแต่ยังไม่ได้ดูเลยง่ะ ตอนนี้อ่านหนังสืออยู่ ... หนังสือหนุกดีอ่ะ .... ในหนังสือก็เหมือนกับเรื่องย่อนี่แหละ...ต้องไปรอลุ้นในหนังเองว่าจะทำออกมาได้น่าดูแต่ไหน แต่เรว่าน่าหนุกนะ เพราะดูจาก rating ที่เพิ่มมากขึ้นแล้วเนี่ย ... แสดงว่าคงสนุกน่าดูอยู่เหมือนกันแหละ....
     
    เรื่องนี้ นางเอกไม่น่ารัก....แต่นางรองน่ารัก 555  ส่วนพระเอกกะพระรอง โอเคนะ ดูดีทั้งคู่ แต่เราไม่ชอบพระรองอ่ะ ดูขี้เก็กไงไม่รู้ว่ะ
     
    ส่วนเนื้อหาก็แนวเกาหลีเค้า ตลก น่ารัก ใสๆ ประมาณนั้น...แต่เรื่องนี้น่าดูตรงที่ มีเค้กน่ากินๆ มายั่วด้วยล่ะ 555 นางเอกเป็นเชฟทำขนมอ่ะ....ในหนังน่าจะมีฉากทำขนมบ่อยแหละ...อิอิ ถ้างั้นห้ามดูดึกๆ ไม่งั้นหิวแน่ 555...
     
    เออ พอล่ะ เรื่องราวเป็นไง ก็ไปหาดูกันเอาเอง ... บอกได้แค่ว่า สนุกแน่...ใครชอบทำขนมก็หามาดูนะ นางเอกทำขนมเก่งสุดๆ ง่ะ เหอๆ
    February 06

    ได้สัมภาษณ์ MBA แล้วเว้ย

    เฮ้อ...ไอ้ขี้ป๊อด...
     
    ในที่สุด...ก็ทำไม่ได้ ... ตั้งใจจะห่างออกมา ไกลออกไป...สุดท้ายก็ทำไม่ได้...ทำไมเป็นงี้วะเรา
     
    แค่รู้ว่าเค้าเสียใจที่เราจะห่างออกมา...แค่นี้ เราก็ทำไม่ได้แล้วอ่ะ...ไม่ได้จริงๆ ไม่เข้มแข็งพอที่จะตัดใจได้...
     
    แล้วก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม....เหอๆ ขี้ป๊อดมากๆ อ่ะ Bowe
     
    ก้อย--- กูทำไมได้อ่ะ กูคงต้องเข้มแข็งกว่านี้อีกใช่มั๊ย.... เฮ้อ!!!!
     
    ----------------------------
     
    อืม...ประกาศผลคนที่ได้เข้าสัมภาษณ์ MBA จุฬาไปแล้ว เมื่อวันที่ 3 อิอิ...แน่นอน คนอย่างชั้นก็ต้องได้ไปสัมภาษณ์กะเค้าด้วย อิอิ เมื่อวานไปซื้อเสื้อผ้า แปลงโฉมตัวเองเป็น working woman ... ใส่รองเท้าหัวแหลมด้วยนะเฟ้ย 555
     
    จริงๆ มีรูปล่ะถ่ายไว้ด้วย แต่มันไม่ชัดง่ะ ... ช่วงนี้จะพูดจะจาแบบผู้ใหญ่ ฝึกไว้ก่อนสัมภาษณ์ อิอิ
     
    PS..หมุ่ย มึงช่วยกูด้วยเรื่องข่าวสารบ้านเมือง เมื่อเช้ากูเปิดนสพ หาหน้าข่าวเศรษฐกิจไม่เจอว่ะ...เหอๆ
     
    ว่าแต่ช่วงนี้มีข่าวไรน่าติดตามบ้างเนี่ย.....
     
    February 01

    ไม่อยาก GO แต่ต้องฝืน

    * Do you have to go? I have to let you go now
    Do you have to go? I have to let you go now

    เธอไม่ต้องพูดอะไรถ้าอยากไป เธออย่ามามัวสนใจน้ำตาที่ยังเปียกปอน
    เธอจะอยู่อยู่ตรงนี้หรือจะไป แต่ฉันยังเหงาในใจ ก็เหมือนเดิมๆ

    เธอจะไปก็จากไปไม่ต้องแคร์ ไม่นานก็คงแข็งแรงเหมือนเก่าอย่างที่เคยเป็น
    ไม่ต้องห่วงต้องเดือดร้อนทุกข์ทำไม เมื่อฉันก็พร้อมให้ใจได้ลบลืมเธอ

    ** Please tell me มันแค่ไม่รู้ ว่าจะอยู่ยังไง
    I should say hold me my baby, don’t ever leave
    ไม่อยากให้เหลือแค่ฉันที่ยังเก็บ และยังจะเจ็บไปแสนนาน


    *** Deep in my soul, I know that you are my destiny
    แต่ไม่มีทางที่จะทำให้ได้อยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะยากจะฝืนสักเท่าไหร่ ฉันต้องปล่อยเธอไป


    I can’t be your lover anymore
    I can’t be your lover anymore, more, more anymore
    I can’t be your lover anymore
    I can’t be your lover anymore, more, more anymore

    เธอจงทำเหมือนไม่เคยสนใจ เธออย่าแสดงเยื่อใย มันเจ็บและยิ่งปวดใจ รู้ไหม
    ยิ่งไม่อาจจะหยุดยั้งน้ำในตา ไปซะไม่ช้าไม่นานก็หายไปเอง

    But something tells me ฉันควรยับยั้งควรต้องรั้งตัวเธอ
    อ้อนวอนให้เธอเห็นใจ ให้เธอไม่ทิ้งกันไป
    Don’t leave me tonight. Don’t leave me tonight.
     
    -----------------
     
    คอยห้ามใจทีไรมันก็ยาก ทนไม่ไหว
    ทุกครั้งที่เราใกล้ชิดกัน ฉันเพ้อฝันไปถึงไหน

    * อย่าไปอยู่ใกล้เธอ เตือนหัวใจตัวเอง
    อย่ามัวฝันถึงเธอ แล้วฉันจะทำได้ไหม
    อย่าคอยส่งยิ้มให้เธอ เธอคงไม่สนใจฉันสักนิดเลย

    ** แล้วฉันจะฝืน ฝืนหัวใจตัวเองได้ไหม
    แล้วฉันจะฝืนความรู้สึกของฉันได้ยังไง
    ไม่อาจจะฝืนความรักที่มันเอ่อล้น
    ฉันนั้นต้องฝืนทนกล้ำกลืน

    อยู่กับความขื่นขม ที่เธอมองว่าฉันไม่มีตัวตน
    ถึงจะยากเย็นเพียงใด ฉันก็คงต้องฝืนต่อไป

    แล้วฉันจะฝืน ฝืนหัวใจตัวเองได้ไหม
    แล้วฉันจะฝืนความรู้สึกของฉันได้ยังไง
    ไม่อาจจะฝืนความรักที่มันเอ่อล้น
    ฉันนั้นต้องฝืนทนกล้ำกลืน
    อยู่กับความขื่นขม ที่เธอมองว่าฉันไม่มีตัวตน
    ถึงจะยากเย็นเพียงใด ต่อให้ฉันต้องทำอย่างไร
    ฉันต้องทำให้ได้ ฉันต้องฝืนหยุดรักเธอ


    ถึงจะยากเย็นเพียงใด ฉันก็คงต้องฝืนต่อไป
    แล้วฉันจะฝืนได้ไหม
    ฉันนั้นต้องฝืนต่อไป
     
     
     
    9. ประโยชน์ของการอกหัก ทำให้ฟังเพลงเพราะขึ้น
        ประโยชน์ของความโกรธ ทำให้เคี้ยวมะม่วงได้ละเอียดขึ้น 
                                                                          
     --อ้างอิงมาจาก blog หมุ่ยอ่ะ--
     
    ----เออ...เมื่อเช้าฟัง 2 เพลงนี้มา แอบโดนนะเนี่ย...อารมณ์แบบนี้ทำให้ฟังเพลงเพราะขึ้นจริงๆ ด้วย แต่เราไม่ได้อกหัก...แต่อยู่ในอารมณ์อ่อนไหว...การจะตัดคนคนนึงออกไปนี่มันยากมากนะ....
     
    --อืม...อารมณ์ของเพลงน่ะใช่เลย เฮ้อ กู